...เราเหล่านักศึกษาวิชาทหาร.. กรมการรักษาดินแดน...
รู้ตัวอีกที ก็จบ รด. ปี 3 ซะแระ... เอาหล่ะ.. ก่อนที่จะลืมหมด
กระผม.. นศท. ณัฐพงศ์ จำปาแดง ขออนุญาติรายงานสถานการที่เกิดขึ้นทั้ง 5 วันของการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายเขาขาด มทบ.14 ณ บัดนาว ครับ!!
Day 1.. This isourlife...
ด้วยความพยายามคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตลอด 5 วัน กุเลยเตรียมของที่จำเป็นไปพอสมควร มีเครื่องแบบอีกชุดนึง เสื้อกันหนาว เสื้อผ้าลำลอง ผ้าเช็ดตัว สัพเพเหระ.. เป้หลังนี่แบบว่า.. เบอเริ่ม พอไปถึง รร.ก็ตระหนักได้ว่า เป้กุมันก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าคนอื่นซักเท่าไหร่หรอก.. อย่างน้อยก็ไม่ได้พกของไปกินเยอะแยะเหมือนคนอื่นอะนะ
รถออกจาก รร.ประมาณ 8 โมงกว่าๆ โดยมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย เป็นเด็กค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ รร.จัดขึ้นมา.. คือกำลังสงสัยอยู่ว่า มันจะไม่โหดไปหน่อยเหรอเอาไปฝึกภาคสนามรวมกับเราเนี่ย แต่ก็นะ.. อย่างน้อยพวกนี้ก็ไม่มีสิทธิ์จับปืน..
พอรถไปถึงค่ายปุ๊ป เราก็จัดแถวกัน ผลออกมา เราอยู่กองร้อยที่ 3 หมวด 9 หมู่ 5 ด้วยความที่เราไปถึงเป็น รร.สุดท้าย(อีกตามเคย) ก็เลยได้อยู่กองร้อยสุดท้ายหมวดสุดท้าย แล้วมันเกินมาแถวนึง เค้าก็เลยตัดแถวสุดท้ายออก กรูอยู่แถวรองสุดท้ายเลยกลายเป็นแถวสุดท้ายพอดี เท่ากับว่าสาธิตจำนวนหนึ่งถูกแยกไปอยู่อีกหมวดนึง จากนั้นก็มีการตรวจสัมภาระเล็กน้อย แจกผ้าพันคอตามกองร้อย และแล้วกระบวนการฝึกก็เริ่มต้นขึ้น..
------เพื่อนร่วมชะตากรรม : แจ๊ค หนม เซฟ วิ๊กกี้ บีม น็อต เป้ เต้นท์ บลู ปริ๊น และกรู รวม 11 นาย ( 1 หมู่ปืนเล็ก )
เค้าว่ามันเป็นประเพณีนะที่มาถึงแล้วต้องแดก.. ไม่ใช้กินอ่ะ แดกหมายถึงปรับวินัยละลายพฤติกรรม อะไรเทือกนั้น.. ก็ตกลงกับตัวเองไว้แล้วว่ามาภาคสนามครั้งนี้จะอู้ อู้ อู้.. แล้วก็อู้จริง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้คนอื่นเดือดร้อน ยังไงก็ต้องเซฟตัวเองให้มากที่สุดอ่ะ
หลังจากแดกเสร็จก็รับปืน แล้วก็ไปที่ป่าสัก ไปศึกษาเรื่องการพราง.. แล้วกุก็ต้องพอกหน้าด้วยสีฝุ่น ก็หนุกหนานดำเมี่ยมกันไปถ้วนหน้า หลังจากนั้นก็เป็นการจัดตำแหน่งให้กับคนในหมู่ โดยที่หมู่กรูมีแจ๊คเป็นหัวหน้าหมู่ ส่วนตัวกุเองเป็นผลยิงอาวุธกล ชุดยิง ข. พอจัดตำแหน่งได้ปุ๊ปก็มีการฝึกการจัดรูปขบวนนิดหน่อย แล้วก็เข้าสู่สถานีทดสอบกำลังใจ 9 สถานี หมวดเราไปฐานออกตีก่อน ก็ต้องโผๆ คลานๆ ไปเรื่อยแล้วก็ลอดลวดหนาม กุโดนเกี่ยวไปหน่อยนึง กางเกงขาดเล็กน้อย แต่ก็ปลอดภัยดี หลังจากนั้นก็นั่งพักกันนานพอควร การซื้ออาหารเครื่องดื่มขนมทั้งหมดในภาคสนามต้องแลกคูปองก่อน กุแลกมา 50 บาท... โดยที่ลืมนึกไปว่าต้องเผื่อไว้กลับบ้านด้วย ก็เลยต้องใช้แบบประหยัดโคตรร พอแลกเสร็จก็ซื้อน้ำกิน นั่งคุยกับเพื่อนๆ ได้ซักพักตั้วก็ทักว่าผ้าพันคอกุหายไปไหน... อ้าว.. ผ้าพันคอ(ฉิบ)หาย...
หลังจากนั้นก็มีการเรียกรวมเพื่อจะกินข้าว โดยที่กุยังไม่ได้ผ้าพันคอคืน กับข้าวใส่ในถาดหลุม มีแกงเผ็ดกับน่องไก่ทอด เราต้องใช้ช้อนที่เตรียมมาตักเอง ไอ้ใครที่ไม่มีช้อนก็ซวยหน่อย ต้องรอเพื่อนคนอื่นกินเสร็จแล้วยืมเอา ที่สำคัญคือแม่มให้กินกลางแดดเนี่ย ถาดมันก็ร้อนจี๋เรยอ่ะ.. อู๊ย... ความเจริญอาหารหายวับไปทันที
พอกินข้าวเสร็จก็รวมแถวอีกที สาธิตโดดหอแล้วก็เลยว่างๆ เค้าเลยขอยืม 3 หมู่หลังของหมวด 9 ไปใช้งาน.. อ่า และแล้วก็มีโอกาสอู้ เราโดนเรียกไปล้างถาดหลุมที่กินกันไปเมื่อกลางวัน แบบว่า ตอนแรกๆ ก็ล้างกันดีๆสะอาดๆ ทำไปทำมาเริ่มมีเศษข้าว ถาดเริ่มมันแผลบ น้ำที่ใช้ล้างก็โสโครก สุดท้ายก็สักแต่ว่าล้างๆไป... สรุปคือ ไม่มีอะไรที่ถูกสุขอนามัยเลยอ่ะ
หลังจากเสร็จภาระกิจล้างถาด ก็แถมด้วยภารกิจตั้งเต้นท์ ก็ช่วยๆกันจับๆยกๆจนเต้นท์เบี้ยวๆเริ่มเป็นเต้นท์จริงๆ มีการเอาตาข่ายมาคลุมๆให้มันรกๆเล่นอีก แต่ก็ดี ฆ่าเวลาได้จนถึงอาหารเย็นเรยอ่ะ เราเดินสวนกับกองร้อยที่กำลังเข้าที่พัก ปรากฏว่าเพื่อนเราแบกสัมภาระมาให้แล้ว กุก็พยายามหาอยู่ว่าเป้กุอยู่ไหนฟะ.. และแล้วกุก็หาไม่เจอ... เป้หลังกุ(ฉิบ)หายเป็นอย่างที่ 2 หลังจากผ้าพันคอหายไปแล้ว และยังไม่ได้คืนเช่นกัน..
สิ่งที่น่าเซ็งที่สุดในการฝึกภาคสนามครั้งนี้คือการกินข้าว.. จวยเหอะ ไม่ว่ากับข้าวเอ็งจะรสชาดเลอเลิศขนาดไหน มั่นใจได้เลยว่าจะกินไม่ลง.. 1.คือมีปืนสะพายหลังอยู่ 2.แม้ว่าถาดจะมีน้ำแกงแต่ก็ต้องถือแล้ววิ่ง 3.ทำไมต้องให้กุกินกลางแดด 4.กุว่ากุกินข้าวเร็วแล้ว มาอยู่นี่ถึงกับต้องยัดห่าของจริง 5.ตอนทำความสะอาดถาดโคตรแออัด แถมโสโครกอีกตะหาก(ยิ่งกว่าที่ล้างเมื่อตอนบ่าย) 7.จะไม่มีใครว่าเลยถ้าครูฝึกจะหุบปากเงียบๆเวลาพวกกุกินข้าว
โดยเฉพาไอ้ข้อหลังนี่ 2 คนที่กุขอพูดถึงหน่อยคือ 1.ไอ้.. มันชื่อไรไม่รู้ รู้แต่มันหน้าเหมือนจารย์งามจิตต์ + จารย์ประดิษฐ์... งงปะ ช่างเหอะ ไอ้นี่มันเป็นว๊ากเก้อร์ประจำศูนย์ฝึกเรย ไม่รู้จะแหกปากทำไมนัก เสียงแม่มก็โซปราโน่มาก ยังดีที่มันพูดดีๆเป็น ไม่งั้นมันจะน่าหมันไส้กว่านี้ เช่นไอ้คนที่ 2 ที่จะพูดถึงนี่
ไอ้เวรตัวที่ 2 นี่.. ไม่รู้ชื่อมันเหมือนกัน แต่เรามีฉายาว่า "ไอ้โค้ก"... ทำไมต้องโค้ก.. เพราะโค้ก'พี่บิ๊ก' และเพราะกุมั่นใจว่ามันเป็นบุพเพสันนิวาสที่ทำให้บิ๊ก.. ผู้หมวดของเราต้องมาเจอกับพี่ชายที่เหมือนกันแบบสุดโต่งจริงๆ คือ.. บิ๊กหน้าเหมือนไอ้เชี้ยโค้กมากกกก ที่สำคัญคือมีแผลสะเก็ดๆแบบเดียวกันด้วย แค่อยู่คนละด้านกันแค่นั้นเอง.. แม่ม... คู่นี่มันหากันจนเจอจริงๆอ่ะ
พอถึงเวลา 6 โมงเย็น เราก็ต้องเคารพธงชาติ ประทับใจกับการร้องเพลงชาติที่นี่มาก คือที่ค่ายเขาขาดเนี่ย จะมีหมาอยู่3-4ตัวเป็นหมาที่วินัยดี ไม่เห่า ไม่กัด มักจะไปไหนมาไหนกับนศท.เสมอๆ เหมือนเป็นครูฝึกในร่าง 4 ตีน.. ที่สำคัญคือพอใกล้เคารพธงชาติเนี่ย มันจะมายืนอยู่ข้างหลังแถวนศท. แล้วรอสัญญาณเตรียมตัวเคารพธงชาติดัง สัญญาณจะเป็นเสียงตี๊ดแหลมๆดังๆประมาณ6-7รอบ(ถ้าใครฟังวิทยุน่าจะเคยได้ยิน) พอเสียงตื๊ดแรกดังเท่านั้นแหละแม่มกระโดดตัวลอยชูหางตั้งเด่ แล้วก็หอนแบบว่า..ให้ตายเหอะ หอนดังกว่า 3 กองร้อยร้องเพลงชาติอีก กรูกลั้นหัวเราะกันแทบตาย เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นหมาร้องเพลงชาติ!!
คืนนั้น เรานั่งฟังเรื่องชี้แจงต่างๆ พวกสิทธิของนศท.อะไรเทือกๆนั้น เสร็จแล้วก็ปล่อยพักแป๊ปนึง ระหว่างที่กำลังพักกุก็ไปติดต่อเรื่องเป้หาย พอเลิกพักเค้าก็ประกาศ และแล้วกุก็ได้เป้คืน T_T.. เอาหล่ะ หมดไป 1 ซวย เหลือแต่ผ้าพันคอ... พอเวลาดึกได้ที่เราก็ออกเดินทางไปที่ศาลเจ้าพ่อเขาขาด เดินไม่ไกลมาก.. แต่ก็ไม่ไกล้ซักเท่าไหร่หรอก ก็เดินไปสักการะทำพิธีนิดหน่อยเสร็จแล้วก็กลับมาบริเวณที่พัก เข้าเต้นท์นอน.. กุนอนเต้นท์เดียวก่ะพี่ตั้มโจร เอาละซิ.. พี่โจรป่วยด้วย แถมกุยังเป็นตัวภาระอีก.. จะผ่านคืนนี้ไปได้มั้ยเนี่ย..
เต้นท์นอนเป็นเต็นท์เล็กๆ 2 คนนอนได้พอดี(แต่ขากุเลยออกมานอกเต้นท์หน่อยนึงนะ) เราต้องช่วยกันปูผ้าใบรองนอน แล้วก็แย่งผ้าห่มกันเองเพราะมีผืนเดียว เต้นท์มันจะลอยๆแปลกๆ มีช่องให้ยุงหรือแมลงทั้งหลายทั้งปวงเดินแถวเข้ามาอยู่ด้วยได้ ก็ยังดีที่พี่โจรไม่คิดอะไรมาก นอนง่ายหลับคล่อง แปปเดียวก็กรนเสียงดังลั่น ส่วนกุยังจัดการสัมภาระตัวเองไม่ได้เรย.. กว่าจะได้นอนพี่โจรหลับไป 2 ตื่นแล้วมั้ง
Day 2.. Military Subject
คืนที่ผ่านมา พยายามมากที่จะจัดตัวเองให้นอนในเครื่องแบบที่อึดอัดโคตร หลับๆตื่นๆตลอดคืน รู้สึกจะฝันด้วย แต่จำไม่ได้แร๊วฝันอะไร รู้ตัวอีกทีเสียงแตรมรณะที่น่ารำคาญและน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุกที่บ้านก็ดังขึ้นพร้อมเสียงครูฝึกที่ไม่รู้แม่มจะบ่นอะไรนัก เต้นท์ก็ต้องเก็บให้เรียบร้อย.. พับผ้ารองพับผ้าห่ม.. ผ้าห่มต้องพับ3ทบ.. เอาด้านยาวชนด้านยาว.. โอ้ย อะไรนักไม่รู้ แล้วแม่มก็เร่งจิงอ่ะ กุยังเมาขี้ตาอยู่เรย
พอไปเข้าแถวรวมเค้าก็มอบหมายหน้าที่ให้ไปทำความสะอาดตามจุดต่างๆของค่าย โชคดีหน่อยที่โดนแถวๆหน้ากองร้อย มันไม่ค่อยมีขยะ หลังจากนั้นก็เคารพธงชาติ..(อย่าลืม.. หมา) เสร็จแล้วก็กินข้าว.. เห้อ.. เจอไอ้โค๊กอีกแล้ว
ไอ้โค้กเนี่ยมันจะมีประโยคเด็ดของมัน ยกตัวอย่างเช่น
"ไอ้หมวด 9 อีกแล้วนะ.." "ก็มึงเป็นกันซะอย่างเงี้ย.." "พวกมึงนี่จ้องแต่จะกินอย่างเดียวเลย.." "ไอ้พวกอยู่ข้างหลังน่ะ อย่าคิดว่าไม่มีใครเห็นนะ.." "พวกมึงอ่ะไม่สนโลกเลยนะ.."...
...ทั้งชีวิตแม่มพูดอยู่แค่เนี้ย นานๆทีจะมีประโยคสร้างสรรค์ออกมาบ้าง แต่เชื้อเหอะ ทุกครั้งจะต้องได้ยินไอ้สองสามประโยคเมื่อเกี้ยแน่ๆอ่ะ...
พอกินข้าวเสร็จเตรียมไปฝึก มีทหารคนนึงเดินมาด้อมๆมองๆที่แถวกรู แล้วก็มาหยุดที่กุเนี่ย..
"เห้ยแว่น.. ผ้ามันคออะ..?"
"หายไปเมื่อวานตอนลอดลวดหนามครับ.."
และแล้วช่วงเวลาที่กรูรอคอยก็มาถึง มันหยิบผ้าสามเหลี่ยมสีม่วงออกมา.. แล้วก็ยื่นให้กรูง่ายๆเลยอ่ะ.. ในที่สุดกุก็มีครบตามที่ควรจะมีซะที.. เย้! - -a
วันนี้น็อตไม่อยู่ ลาไปสอบ กว่าจะกลับมาก็พรุ่งนี้เย็นๆวันนี้ตอนเช้าเราไปยิงปืน.. สนามยิงปืนอยู่ไม่ไกลมา เดินไปทางเดิมก่ะที่ไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาขาด แต่เปลี่ยนเส้นทางนิดหน่อย สนามยิงปืน 25 ช่องยิง ยิงด้วยปืน HK แต่ใช้กระสุนจริง(ปี1-2ใช้กระสุนซ้อมรบ)กุอยู่ผลัดที่2 ช่องยิงที่ 22 เลขสวยเรย 2/22 ตอนอยู่ข้างนอกก็ฝึกท่ายิงแบบต่างๆ รู้สึกว่าเสียงปืนข้างในจะดังมาก(เกินไปหน่อย) จนฝึกครบ 3 ท่า ก็เข้าไปรอคิว..เสียงที่ได้ยินข้างนอกว่าดังแล้ว.. เข้ามาข้างในนี่ ต้องพูดว่า"ดังขึ้นอีก 3 แสนเท่า"(เรียนรด.จะรู้ว่าทำไมต้อง 3 แสนเท่า)โชคที่ที่เซฟเอาทิชชู่มาด้วยมีอุปกรณ์อุดหูแล้วดีขึ้นหน่อย(หน่อยจริงๆ) พอถึงคิวกุยิงก็ปรับปืนก่อน 9 นัด..ต้องใส่หมวกเหล็กด้วย ตอนยิงทำไมไม่รู้สึกว่ามันดังก็ไม่รู้ พอยิงจบก็ไปดูเป้า.. เชรี้ย เข้า 2 นัด แต่ 5 คะแนนทั้งคู่เลย แล้วก็กลับไปยิงใหม่ นอน 10 นัด นั่งราบ 10 นัด คุกเข่า 5 นัด ถ้าเข้าทุกนัดก็ควรมี 25 รู.. แต่ได้ข่าวว่ามีประมาณ 10 รู - -a ศิริรวมคะแนนได้ประมาณ50.. ก็ถือว่าเยอะมากแล้วนะถ้าเทียบกับคนในหมวดเดียวกัน..
พอยิงเสร็จก็พัก.. พักนานมาก จนทุกชุดยิงเสร็จอ่ะถึงได้กลับไปกินข้าวกลางวัน.. เซ็งไอ้โค้กมาก.. เด๋วก็เข้าแถวไม่ตรง ถาดไม่ตรง ฉากตก เดินไม่พร้อม นับไม่ดัง... จวยเหอะ หมวดอื่นยิ่งกว่ากรูอีก.. ไม่เห็นมันจะสนใจมั่งเลย.. ถ้าค่ายนี้ไม่มีไอ้เวรนี่คงจะมันส์ขึ้นเยอะอ่ะ
ช่วงบ่าย เรียนการรบในแบบ พวกเข้าตี ตั้งรับ ร่นถอย เทือกนั้น.. ก็ไม่มีไรมาก ตอนแรกเรียนที่สวนมะม่วง หลับไปหลายรอบอยู่ แล้วก็ย้ายที่ให้หมอบๆเป็นวงกลม รอรับคำสั่งอยู่ที่ป่าสัก แล้วก็ไปโผๆอยู่ตรงสนามศูนย์ฝึก แปปเดียว อู้ๆไปเรื่อย สนุกดีเหมือนกัน เวลายิงก็ใช้ปากต่างปืน.. ตะโกน ปังๆๆ! หลายครั้งก็รู้สึกตัวเองเหมือนคนบ้ายังไงไม่รุ = =a
เวลาผ่านไปเร๊วเร็ว ชีวิตช่วงเย็นกลับมาอีกแล้ว เรากินข้าวฟังไอ้โค้กบ่นเคารพธงชาติ แล้วก็ เตรียมตัวสำหรับภาระกิจยามค่ำ
ตอนกลางคืนที่นี่มืดจริงอ่ะ พระจันทร์ก็ไม่มี ก็ต้องอาศัยแสงนิดๆหน่อยๆจากท้องฟ้าแล้วก็แสงไฟข้างทางที่พึงไม่ค่อยจะได้ พวกเราไปหมอบเป็นวงกลมคอยอยู่ไกลจากที่พักพอควร จากนั้นเค้าก็ให้เรามาเข้าตีมั่ง ก็ต้องเงียบๆมากๆแล้วก็เดินมาที่สนามหน้าที่พัก เป็นสนามยาวประมาณ เอาด้านยาวของสนามฟุตบอลมาต่อกัน 3 สนามอ่ะ แล้วก็กระจายกำลัง จัดรูปขบวนแบบหน้ากระดาน แล้วก็โผๆคลาน แล้วก็ใช้อำนาจยิงอย่างรุนแรง(คือตะโกนดังๆ) พอยึดที่หมายได้(สั่งหยุดยิง) ก็เปลี่ยนบ้าง เอาพวกเราไปนอนรอ.. รออยู่ด้านหลังที่เมื่อกี้ยิงด้วยปากไปนั่นแหละ เพื่อให้กลุ่มต่อไปมายิงสวน อืม.. ครูฝึกศูนย์นี้เก่งมากอ่ะ สามารถจัดสรรพื้นที่แล้วก็ช่วงเวลาหการฝึกได้ลงตัวมากมาย เยี่ยมๆ
ตอนรออีกกลุ่มมายิงก็นอนดูดาวกันไปเรื่อยๆ ไม่เคยเห็นดาวชัดๆแบบนี้มานานแล้ว มีเครื่องบินบินผ่านมาให้สับสนบ้างเป็นระยะๆ นอนคุยกันก่ะเป้ก่ะบีม บีมเป็นคนคุยเก่งมากอ่ะ หาเรื่องมาคุยได้ตลอดเวลาเรย ก็เลยสนิทกันเร็วมาก = =a ยังดีบีมนี่อยู่รร.เดียวกัน เรียนรด.ด้วยกัน บางคนแม่มแค่เจอหน้ากันไม่กี่นาทีก็สนิทก่ะกรูเหมือนรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อนงั้นแหละ..(ไดเก่าๆเคยอัพเรื่องนี้ไว้ เหอๆ)
คืนนั้นตูไม่ได้คิดจะเข้าส้วมหรอก แต่พอดีมันมีเวลาพักยาว ก็เลย.. ซะหน่อย ดีกว่าสะสมไว้ 5 วัน.. เด๋วระบบขับถ่ายล้มเหลวจะซวยเอา ส่วนล้างหน้า.. ห้ามเด็ดขาดเรย แถมกุยังต้องเติมหน้าให้ดำทุกวันอีกตะหาก อาบน้ำนี่เลิกคิดเลยดีกว่าAbsolutely impossible...
คืนที่ 2 อะไรๆก็เริ่มลงตัว คืนนี้เราเป็นเวรยามด้วย ก็ต้องยืนเฝ้าที่พักเฉยๆ ไม่มีไรมากพอครบ 1 ชม. ก็ไปเปลี่ยนกะเพื่อน เสร็จแล้วก็ได้นอนจริงๆซะทีด้วยความที่กลัวช่วงล่างจะเน่า ตูเลยเปลี่ยนกกน.ซะด้วย.. เปลี่ยนแม่มในเต้นท์นั่นแหละ ทุลักทุเลพอควร ดีแล้วที่ข้างๆเป็นพี่โจร อย่างน้อยก็เรียนด้วยกันมาตอนม.ต้น พี่โจรก็ไม่เอะอะ ไว้ใจได้ระดับหนึ่งถ้าเป็นเพื่อนคนอื่นนี่กุคงไม่กล้าขนาดนี้ ยิ่งเพื่อนในห้องนี่ตัวดีเรย ต้องระวังตกเป็นข่าวอย่างแรงอ่ะ
Day 3..Go!Let's Go!
เสียงแตรนรกแม่มดังอีก เมื่อคืนนอนไม่ค่อยจะหลับอีกแล้ว เราโดนกดดันด้วยเสียงกร่นด่าจากครูฝึกอยู่พักนึง แล้วก็ไปเข้าแถวรวมกัน ก่อนจะแยยกย้ายไปทำความสะอาดตามจุดเดิมที่เมื่อวานทำไว้ ก็อู้ๆไปเรื่อย พอแสงสว่างมาปุ๊ปก็เคารพธงชาติ กินข้าวไปตามเรื่อง เบื่อไอ้เชี้ยโค้กมากคับ..
ตอนกินข้าวนี่มีอยู่ครั้งนึง ครูฝึกว๊ากเก้อร์มันไม่ยอมให้ใช้ช้อน ก็เลยใช้มือเปิปเลย บางคนก็ทำตาม(เช่นกรู) บางคนก็ไม่แตะเลย แต่มีอยู่คนนึง บังเอิ๊ญบังเอิญไอ้โค้กไปเห็นพอดี.. กำลังใช้ถุงสวมมือกินข้าว.. วันนั้นเราเลยได้ฉายามนุษย์ถุงมาคนนึง และคนนั้นก็ไม่ใช่ใคร ไอ้ปริ๊น...
พักนี้ล้อมันได้ เพราะหูมันยังอื้ออยู่ มันไม่ได้ยิน...
เอ้า.. ว่าต่อเรื่องภาระกิจวันที่ 3... วันนี้บีมไม่อยู่ครึ่งวัน ไปสมัครแพทย์ม.บูฯแต่บีมบอกจะกลับมาบ่ายๆ ภาระกิจวันนี้เป็นการฝึกเข้าตี ร่นถอย ของจริง(คือเมื่อวานเรียนก่ะซ้อม) ช่วงเช้าก็ชิวๆ ให้ไปหมอบอยู่ในกอมะม่วงที่สนามศูนย์ หมอบๆหลับๆไปเรื่อย หาวว๊อดๆง่วงมากน้ำตาไหลแสบตาอีก มาค่ายนี่เรื่องน้ำตาไหลเป็นกรดถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับกุเรย เพราะมันไม่มีน้ำให้กุล้างตา จะใช้น้ำในกระติกก็เสียดาย นี่ถ้าไม่มีปัญหานี้คงยิงปืนได้ดีกว่านี้อ่ะ..
พอถึงเวลาเค้าก็เรียกออกไปจัดกำลัง 2 หมู่หลังต้องไปหมอบประจำจุดอยู่ตรงหลืบหลังป่าสัก เพื่อเตรียมรับการโจมตีและร่นถอย แต่ได้ข่าวว่ารอนานมาก และครูฝึกคู่อริที่ทั้งกองแม่มจำกุได้คนเดียวก็โผล่มา.. ไอ้นคร.. แจ่มจำรัส ช่าย กุก็จำเมิงได้เหมือนกันแหละ..
คือ ไอ้เวรนี่รู้จักมันตอนปีสอง ตอนนั้นยิงปืน มันไปคุมอยู่ แล้วมันก็มากวนตรีน คือกุเป็นคนมือไม่นิ่ง ถือปืนแล้วนิ้วจะกระตุกๆ มันก็กวนตรีน บอกว่ากุกินเหล้ามารึงัย.. แล้วพอกุยิงเสร็จ เจือกได้คะแนนเยอะซะงั้น มันก็เลยหาเรื่องมากวนตรีนเยอะมาก กุก็เล่นตามมันได้หมด มันหมันไส้จะเตะกรูกรูก็ยังเจือตั้งรับได้อีก.. มันเลยจำได้เลยทีนี้... ไอ้แว่น รร.สาธิต นามสกุลจำปาแดง.. ทั้งกองมันจำกุได้คนเดียว.. เชรี้ย...
รู้สึกเหมือนมันจะมีภาระกิจอะไรบางอย่าง เลยไม่ค่อยได้แวะมากวนตรีนบ่อยนัก เราก็หมอบรอสัญญาณไปเรื่อย พอได้คำสั่งถอนตัว ก็วิ่งลงมา สลับชุดยิง ก/ข ไปเรื่อย แต่ไม่ถูกใจมัน เลยต้องเอาอีกรอบ กว่ากุจะวิ่งออกไปทัน เหนื่อยนะนั่น..
หมดภาระกิจนั้นเราก็กลับไปกินข้าวกลางวัน และแน่นอน ไอ้โค้ก.. ไอ้นี่ตามแดรกตามสั่งหมอบตลอดอ่ะพูดจาซ้ำซาก เกียจมันว่ะ
ช่วงบ่าย เราเดินไปแถวๆสนามบิน ผ่านคอกนกกระจอกเทศ แล้วก็เดินเข้าป่าไปหลบอยู่ในหลุมๆ ได้ที่เลยทีนี้.. นอนแหลกรานอ่ะ ได้งีบแบบมีความสุข+ตั้งฉายาไอ้โค้กกัน เช่นมนุษย์เทป มนุษย์ไขลาน อะไรเทือกนี้ แล้วก็เอาประโยคฮิตมันมาล้อเลียน จนสักพักบีมก็โผล่มาหน้าใสกิ๊ง.. อืม.. ทีของมัน ได้ออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว เหลือแต่ไอ้น็อตที่กำลังจะกลับมาในไม่ช้าแระ..
น่าจะเป็นการนอนรอที่นานที่สุดเรยมั้ง ในที่สุดก็มีเสียงเรียกดังมาไกลๆ เราเคลื่อนที่ออกมาจากหลุม(เหมือนตัวอะไรซักอย่าง) แล้วก็เดินแถวไปที่สวนมะม่วงก่อนจะเริ่มทำการเคลื่อนที่ผ่านแนวออกตีแล้วก็แบบ.. ไปเจออีกกองร้อยนึงอยู่อีกฟากนึงพอดี.. โคตรทึ่งคนวางแผนอ่ะ จัดพื้นที่ได้สุดยอดมากมาย
พอตกเย็น น็อตก็รออยู่ที่กองร้อยแล้วมาถึงก็โดนแดรกเลย มันบอกว่าเดินแถวเหมือนทหารแพ้สงคราม สราด วิ่งจัดแถวอยู่เกือบ 10 รอบ หอบแดรกก่อนกินข้าว แถมกินข้าวก็เจอกดดัน เจอไอ้โค้กอีก.. กุเหนื่อยยยย
ระหว่างที่รอฝึกช่วงกลางคืน.. ไอ้เชรี้ยนคร มันจำกุได้อีกแล้ว...
"เห้ยแว่น เมิงเรียนได้เกรดเท่าไหร่วะ"
"3.6 คับ"(จริงๆไม่ถึงหรอก ตอบมั่วๆไป)
"ถ้างั้นเมิงต้องตอบคำถามกุได้.."
'อะไรอีกล่ะไอ้เวร..'(กรูคิด)
"สัตว์อะไร ชอบถาม แต่ไม่ชอบตอบ..."
ไอ้ส๊าด... ถามอะไรไม่ถาม ห่า.. ถามคำถามอะไรเอ่ยกุเนี่ยนะ.. มิน่าถึงต้องมาเป็นทหาร คิดอะไรไม่ออกแล้วงั๊ย? เห๊อะ คราวนี้ต้องยอมมัน แลกกับการโดนพานท้ายปืนโขกกบาลไปหลายครั้ง เพื่อนๆที่นั่งอยู่แถวนั้นก็ซวยพาลโดนโขกไปด้วย กูก่ะปูมโดนสลับแว่นกันอีก.. อะไรนักหนาวะ สุดท้ายก็ต้องยอมมัน และคำตอบที่ถูกต้องคือ..
"เสือ.. เมิงรู้มั้ยทำไม"(จวย กุคงจะรู้หรอก..)
"เสือภาษาอังกฤษว่าอะไรอ่ะ"
"ไทเกอร์.."(แล้วทำไมวะ?)
"เมิงออกเสียงยาวๆดิ..."
แล้วมันก็เดินจากไป...
ไทเกอร์.. ทัยเก้อ...
" ท า ย เ ก้ อ !!! "
ช่วงกลางคืน ตอนแรกเราหมอบอยู่ที่กองฟางที่ทำเป็นบังเกอร์ข้างๆสนาม แล้วก็แอบหลับไปแป๊ปนึง - -a แต่ไม่นานมากจ่าชรินทร์ก็มาเรียก เพื่อนๆหมู่อื่นหายไปไหนก็ไม่รู้ ต้องไปตามมาจากเขาโน่น หลังจากนั้นก็เดินต่อไป กรูอยู่รั้งท้ายเลย เดินไกลนิดหน่อยแล้วก็เอาไปหมอบ.. กุก็นอนฟังทหารปรับทุกข์กัน ลูกเรียนอะไร ทำงานเงินดีมั้ย หนีสินใช้หมดรึยัง ชีวิตทหารนี่เซ็งจริงๆ...
ซักพักก็มีสัญญาณจาก ว.ครูฝึกมา สั่งจบภาระกิจเอาเข้าที่พัก ก็เดินกลับไปชิวๆ แล้วก็เหมือนเดิม นอน.. ด้วยความรู้สึกคึกเป็นพิเศษ.. มันเหลืออีกแค่วันเดียวเท่านั้น...
Day 4..Over heating!
ก่อนกุจะหลับกุพยายามจัดเป้ให้เบาที่สุดแล้วนะ แต่ที่ไหนได้ พอตื่นมาแม่มสั่งยัดทุกอย่างลงเป้.. จวยเหอะ หนักอึ้งเลย เช้านี้เราโดนใช้งานให้ไปทำความสะอาดรอบๆที่พักครูฝึก.. แต่ละคนยังมึนๆกันอยู่ กุก็กำลังคิดหาวิธีเอาของออกจากกระเป๋าให้มากที่สุดเห็นคนอื่นแอบเอาของออกกัน กุก็เลยเอามั่ง ขุดของจำนวนหนึ่งออกมาแล้วยัดไว้ใต้ผ้าปูเต้นท์.. เบาขึ้นหน่อย แต่ก็ยังมีของไม่จำเป็นอยู่ดีอ่ะ
บรรยากาศตอนกินข้าวยังคงเป็นแบบเดิมๆ ถึงกับข้าวบางมื้อจะมีอะไรพิเศษๆบ้างอย่างส้ม ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ลอดช่องน้ำกะทิ (มีแค่นี้แหละ) แต่ก็ไม่ช่วยให้กุเจริญอาหารขึ้นหรอก ตราบใดที่ไอ้โค้กยังตามราวีอยู่ เออแต่พักนี้มันไม่สั่งแดรกแฮะ.. มีคนแอบได้ยินว่ามันมีปัญหากับแฟน.. เออดี.. ขอให้แม่ม... อย่าอารมณ์เสียแล้วมาลงกับพวกกุละกัน
ช่วงเช้า เราหิ้วกระเป๋าติดตัวไปตลอด โดยไปเรียนที่สวนมะม่วง ก็ง่วงๆแอบหลับบ้างนิดหน่อย และแล้ว..
"เห้ยไอ้แว่น.. เมิงอีกแล้วอ่ะ" (สรัด.. เมื่อไหร่จะตายๆไปซะที ไอ้นคร...)
ให้ตายเหอะ พอมันมาปุ๊ปกุก็โดนเปลี่ยนแว่นอีกแล้ว แล้วไอ้เต้อร์นั่งอยู่ข้างหลังเจือกพกขนมมา มันเลยเอามาแบ่งสามส่วนแล้วให้กรู เต้อร์ ก่ะปูมอมไว้ มันบอกว่าเด๋วขึ้นเขาแล้วตรวจต้องเจอ.. ไอ้ส๊าด มันละลายหมดตั้งแต่เอ็งลุกออกไปแล้วเว้ย
หลังจากนั้นก็มีการฝึกการรบแบบพิเศษ คือรบยังไงก็ได้ให้ชนะ ไม่ใช่การรบในแบบ เราแบ่งกำลังออกเป็นส่วนต่างๆ เช่นหน่วยระวังป้องกัน หน่วยโจมตี อะไรเทือกนี้ กุอยู่โจมตี 2 ตรวจค้น คือหน่วยโจมตีที่มีหน้าที่พิเศษเพื่อตรวจค้นที่หมายหลังจากการปะทะ ช่างแม่มเหอะ ตอนฝึกสนุกดี ต้องนับเลขคู่คี่ ใครคู่โดดขวา ใครคี่โดดซ้าย แล้วก็เคลื่อนที่สลับกันไปเรื่อยๆ เป็นการสู้พร้อมร่นถอยไปในตัว นอกจากนี้กุก็ไม่มีหน้าที่พิเศษอื่นๆแล้ว รอทำกับข้าวอย่างเดียว รอดตัวไป..
ช่วงกลางวัน เราเดินแถวไปกินข้าว สนามที่เดิมเคยนั่งกินข้าวกันไม่ว่างแล้ว เพราะมีทหารมาฝึกยิงปืน ให้ตายเหอะ แบบว่า ความยาวสนามขนาดนั้น.. แม่มวิ่งๆมาล้มตัวลงหมอบ ยิงเป้าจากระยะไกลโคตรรร เป้า 10 อันนี่ ยิงกันคนละไม่กี่นัดเอง.. ล้มหมดอ่ะ...สุดยอดจิงๆ
กับข้าววันนี้มีฮ่อยจ๊อด้วย.. ก่อนจะได้ตักข้าวเข้าปากอยากกล้ำกลืน ครูฝึกสั่งให้เก็บฮ่อยจ๊อไว้อันนึง บอกว่ามื้อเย็นไปตรวจต้องเจอ.. เอาดิ.. กุไม่ได้อยากกินอยู่แล้ว กุเลยรวบสามอันใส่ถุงผูกปากเก็บลงเป้ไปเลย รับรอง กุไม่แตะก่อนถึงอาหารเย็นแน่ๆอ่ะ
และแล้ว ช่วงบ่ายก็มาถึง.. การเดินทางไกลครั้งนี้จะชิวๆมากเลยถ้าแม่มไม่มีแดด... พระเจ้าาาา แดดแรงเหรี้ยคับ กุนั่งตากแดดมาตลอดตั้งแต่กินข้าวอ่ะ โอ้ยแล้วตอนเดินก็ร้อนแสรด ขึ้นไปบนเขานึกว่าจะมีต้นไม้ เปล่าเลย เขาแม่มโกร๋นหมด มีหญ้าสูงๆ กิ่งไผ่เล็กๆ ไม่ได้ช่วยบังอะไรมิดเลยอ่ะ กรูเดินไปหอบไป หายใจแรงๆถี่มาก กุกลัวมากเรยว่าจะทรุดลงไปตรงนั้น แค่เดินขึ้นเขาชันๆก็เหนื่อยตายโหงอยู่แล้ว ปัญหาสำคัญเลยคือความร้อน ตัวกุร้อนแทบไหม้ พอถึงจุดพักทีนี่แบบว่า.. ขอนั่งให้หายฮีทนานๆเรยเหอะ
จุดพักแรกอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อเขาขาด คือสัญญญาณว่า หมดเขาลูกแรกแล้ว ต่อไปคือเขาเรดาห์ ที่นี่คือจุดสิ้นสุดของทางขาขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กุดมแอมโมเนีย.. แสบจมุกโคตร ดมเข้าไปก็ไม่หายเหนื่อย... ระหว่างเดินทางก็มีหมา.. หมาจริงๆเลยอ่ะ เดินตามต้อยๆ บางทีก็เดินนำ... แบบว่า เชรี้ยเหอะ หมามันยังไม่เห็นเหนื่อยเลย น้ำมันก็ไม่ได้กิน.. ดีนะแม่มไม่แบกเป้หลังมาด้วย ไม่งั้นกุคงยอมแพ้หมาไปแล้ว
เส้นทางขาลงนี่ไม่มีอะไรมาก แค่ตีนระบมเท่านั้นเอง ดีนะที่พี่โจรเอาผ้าอนามัยมารองตีน กุเรยบี้มาใช้(รองตีน)มั่ง ปรากฏว่าก็ไม่รูสึกต่างจากเดิมซักเท่าไหร่ ใส่ก็เหมือนไม่ได้ใส่อ่ะนะ
พอหมดระยะเขาปุ๊ปก็เข้าสู่ถนนของมทบ.แล้ว ก่อนจะเดินทางต่อไปก็แวะพักนิดนึง มีรถขายน้ำมาจอดรออยู่แล้ว ก็กินจนหายอยาก(โดยการเต๊าะแดรกไปทั่ว) หลังจากนั้นก็เดินต่อไปตามถนนสายเดิมกับที่ไปหมอบเมื่อคืน แต่เลยไปหน่อยก็มีที่ว่างๆ เราหมอบเป็นวงกลมใหญ่ๆ รอเวลา.. ซักพักนึงก็ออกเดินทางต่อ ไปที่ทุ่งหญ้าสูงๆ มีทางให้เข้าไปหมอบได้ แล้วก็มีที่ว่างกับกองไฟให้ทำอาหารด้วยเราเอาพวกข้าวสารอาหารแห้ง เช่นกุนเชียง ปลากระป๋อง มาม่ามารวมกันแล้วก็หม้อสนามเน่าๆที่ไม่ได้ตั้งใจล้างเอาซะเลยหลายสิบใบ เพื่อนๆส่วนหนึ่งไปฝึกต่อ ส่วนเราไม่มีภาระกิจ ก็ต้องทำอาหาร..
ยังดีที่มีไฟแช๊คให้ ทหารไม่ได้แนะนำห่าไรเลย.. บอกแค่ว่าอย่าทำไฟไหม้ป่า แล้วก็ต้องมีข้าว+กับข้าวไปให้ดูด้วย เราก็เริ่มลงมือเรย กลุ่มนึงอยู่ตรงนั้นคอยจุดไฟ ส่วนกุออกไปล้างหม้อก่ะตักน้ำ จิงนะเว้ย.. หม้อสนามแบบว่า.. ใช้มาไม่รู้กี่รุ่น โคตรกรัง อย่าได้เอาจมูกเข้าไปไกล้ๆอ่ะ กลิ่นข้าวบูดมันรุนแรงมาก
พอตักน้ำกลับมาได้จำนวนหนึ่ง ในที่สุดไฟก็ติดแล้ว เราตัดสินใจหุงข้าวทีเดียวพร้อมกันหมดเลย บางคนก็เริ่มเอากุนเชียงมาย่างๆ แล้วก็มีเวลาว่างอีกจนได้ จนเพื่อนๆที่กลับจากไปฝึกมาถึงนั่นแหละ ของกินถึงจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ตอนแรกก็ถอดใจแล้วแหละว่าคงจะไม่กิน แต่ในที่สุดข้าวก็สุก ได้ข่าวว่าน่ากินใช้ได้ นิกส์เรียกกุไปกินด้วยพอดี.. เยี่ยมเรย ตบะแตก กินก็กินวะ...
เครื่องแบบ รด. นี่เป็นชุดที่มหรรษจรรย์มากเลยรู้ป่าว มันสามารถทำให้เราไม่อาบน้ำ ไม่เข้าส้วม เดินเป็นกิโลๆ กินอะไรก็ได้ นอนที่ไหนก็ได้... คุ้มนะเนี่ยที่เสียเวลาเรียน
พอกินเสร็จก็ไปล้างทำความสะอาด ใกล้ๆกันนั้นพวกครูฝึก.. ได้ข่าวว่ากำลังกินเหล้ากันอยู่ พอเสร็จภารกิจครัวทหารก็กลับไปนอนหมอบรอพระอาทิตย์ตกดินอีกครั้งนึง
คือจะบอกว่า อาหารมื้อนี้เป็นมื้อที่กินอย่างมีความสุขที่สุดแล้ว เพราะไม่มี.. ไอ้โค้ก...
เมื่อมืดได้ที ยุงเยิงเริ่มบินให้รำคาญหู เราก็รอสัญญาณย้ายที่ กลับไปหมอบเป็นวงกลมอยู่ที่เดิม ตรงที่เคยหมอบก่อนมากินข้าวเนี่ย รอบนี้หมอบได้แป๊ปเดียวก็กลับ เดินกลับไปตามถนนเส้นที่จะมุ่งสู่ที่พัก
พอเดินไปได้ซักพัก ถนนค่อนข้างมืด ทุกคนเดินชิดซ้าย บรรยากาศดีมากเลย เสียอย่างเดียวคือมันต้องหมอบเพราะรถผ่านมา แล้วระดับความสูงของถนนกับขอบทางมันชันมาก ถ้าหมอบไม่ดีนี่มีสิทธิ์ไหลลงป่าไปง่ายๆเลย
เราหมอบรอสัญญาณโจมตี ค่อนข้างนาน ไม่ได้หลับเลยเพราะกัวไหลตกลงไป จนมีสัญญาณสังโจมตีก็ใช้ปากยิงปังๆๆๆ แล้วก็ออกไปตรวจการณ์ แค่เนี้ย ทุกอย่างก็เรียบร้อย จบ.. จริงๆ
กุกำลังแปลกใจอยู่ว่า เห้ย.. แค่เนี้ยอะนะ นี่เราจบการฝึกทั้งหมดแล้วเหรอ พวกเราเข้าแถวรวมกันที่ถนน แล้วฟังชี้แจง ครูฝึกก็บรรยายสรุปภารกิจให้ฟัง แล้วก็ขอโทษขอโพย แล้วก็กล่าวจบการฝึกภาคสนาม...
กุขนลุกเลย.. ตีนเตินที่เจ็บอยู่ก็ลืมไปเลย ความรู้สึกเหนื่อยมันก็ระเหยไปไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้ดีใจมาก ยิ้มกว้างอย่างบอกไม่ถูก.. จบซะที...
ระหว่างเดินกลับที่พัก ทุกคนก็ร่าเริงขึ้นเห็นได้ชัดเรย ความรู้สึกที่ว่า ต่อไปนี้จะไม่ต้องมาฝึกให้เหนื่อยอีกแล้ว มันเป็นอะไรที่ตื้นตันมากๆเลยนะ แปลกดีอ่ะ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีนั้น ทำไมมันไม่รู้สึกฮึกเฮิมเลยก็ไม่รู้ รู้แค่ตอนเนี้ย โล่งงงงง
ระยะทางจากจุดนั้นถึงที่พักค่อนข้างไกลทีเดียว แต่ไม่มีใครบ่นซักคำ กับสถานที่มืดๆที่มีแสงพระจันทร์กับแสงไฟข้างถนนเรื่อๆ บ้านฟ้ามีดาวเกลื่อนไปหมด อากาศเย็น เสียงนกร้องจากป่า.. กลายเป็นการเดินชมธรรมชาติที่มีความสุขที่สุดครั้งนึงเลยนะ อย่างน้อยก็ได้มองดาวเต็มท้องฟ้า ได้เห็นหิ่งห้อยตัวเป็นๆอีกครั้ง.. สุดยอดดดดด
คืนนั้นเป็นคืนหฤหรรของนศท.ทุกคน เพราะเราได้รับอนุญาติให้ล่างหน้าแล้วววว เยี่ยมไปเรย เราได้รับอนุญาติให้ถอดเสื้อนอก ไม่ต้องใส่หมวก ความร้อนและความเครียดในตัวละลายไปกับสีฝุ่นที่โดนล้างออกไป เป็นความรู้สึกสดชื่นที่ไม่ได้เจอมานานถึง 4 วัน
กุกับนิกส์ออกไปซื้อของกินกัน ตอนแรกกุกะว่าจะเก็บสำรองไว้ 60 บาทเพื่อกลับบ้าน แต่ด้วยอารมณ์มันอยากแดรก... ก็เลยแลกมา 40 เหลือ 20 - -a ซื้อน้ำอัดลมกินไป 2 ขวด.. สะใจมากมายอ่ะ หลังจากนั้นก็กลับมาที่เต้นท์ แล้วก็คุยกับเพื่อนๆอีกพักใหญ่ก่อนจะถูกเรียกรวมอีกครั้ง
ด้วยความรีบ.. พี่เคลิ้มเพื่อนร่วมสถาบันเราคงกำลังจะเปลี่ยนเสื้อใน แล้วยังไม่ได้ใส่ก็วิ่งมาก่อน ก็เรยเปรี่ยวเปลือยท่อนบนอยู่คนเดียว.. สาธิตโด่งดังอีกแล้วครับทั่น
คืนนั้นอะไรๆก็ดูมีชีวิตชีวาไปซะหมด กุก่ะพี่โจรเป็นเวรด้วย แต่ก็ไม่ใส่ใจ คนจะนอน.. อยากให้ไปเฝ้าเวรยามก็มาปลุกละกัน ตอนนี้อะไรก็หยุดไม่ได้แล้ว กรูจะนอนนนน
Day 5.. Farewell Forever
นอนไปนานพอควรเลยกว่าจะมีคนมาปลุก เวรยามที่ไม่เห็นเหมือนเวรยามก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ กุแวบไปเข้าส้วม แปรงฟัน.. เนี่ยแหละคือเข้าเวรยาม.. เหมือนตื่นมาทำธุระส่วนตัวแล้วก็ไปนอนต่ออีกพักนึง ก่อนจะตื่นเพราะเสียงแตรที่คราวนี้ดูเหมือนจะไม่มีผลใดๆทั้งสิ้นกับกรูแล้ว แตรมรณะกลายเป็นแตรสวรรค์เพียงชั่วข้ามคืน
ว๊อย เช้านี้แอบสดชื่นอ่ะ ไม่ต้องไปทำความสะอาดด้วย แค่จัดการเก็บหญ้าบริเวณเต้นท์ที่พักเท่านั้นเอง อู้สิอู้.. ไถลไปเรื่อยอ่ะกรู ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ขึ้น เหลืออีกไม่กี่นาทีเท่านั้น!
ข้าวของเต็มกระเป๋าอีกครั้ง เป้สนามถูกขนออกมานอกเต้นท์ รู้สึกอยากบอกลาเต้นท์นอนเป็นครั้งสุดท้ายพอๆกับอยากถีบมันให้กระเด็น แต่ความท้าทายสุดท้ายก็รอพวกเราอยู่... อาหารเช้า!
กุละลุ้นว่าไอ้โค้กมันจะทำอะไรได้อีกรึป่าว.. สุดท้ายก็นะ เทปคงอัดมาแค่นั้น พูดอะไรอีกไม่ได้ กลายเป็นว่าเรากินข้าวกลางสนามอย่างเป็นสุข กินไม่หมดด้วยใครจะทำไม ตอนถอนหญ้ากุโดนหญ้าทิ่มมือขวา เลยเอาพลาสเตอร์แปะแผลไว้ ใช้มือขวาล้างจานไม่ได้อีก.. เย้ ไม่ล้างจะทำไม มื้อสุดท้าย กุก็จุ่มๆ เอาแค่พอไม่มีเศษข้าวติด จบ.. ไอ้ผลัดหน้า เมิงซวย...
เข้าแถวรมหน้ากองอำนวยการฝึกครั้งสุดท้ายยยย กุแลกคูปองคืน ได้ตังค์กลับมาหน่อยนึง ก็ก่ะว่าจะยืมตังค์น็อตกลับบ้านก่อน ตอนนี้แค่รอทำพิธีปิดแค่นั้นเอง พวกเรายืนตรง นิ่งมาก ฟังโอวาทของลุงคมศักดิ์ ผบ.ศูนย์ ก่อนจะกล่าวปิดค่ายอย่างเป็นทางการ ซะที...
รูปแบบการเข้าแถวเปลี่ยนใหม่ สาธิตทั้งหมดเข้าแถวรวมกันอีกครั้ง รอรถ รร. มารับกลับ และแล้ว ล้อรถขนส่ง รด.สาธิตที่เทียบไปเทียวมาระหว่างศูนย์ฝึกกับรร. ก็จะพาพวกเราออกไป ออกจากที่นี่ เป็นครั้งสุดท้าย
มาร์ชนักศึกษาวิชาทหารดังลั่นรถตอนเราผ่านรั้วศูนย์ฝึกออกไป มองดูพวกผลัดต่อไปที่จะต้องเผิญชะตากรรมสุดท้ายต่อจากเรา.. เห้อ... ลาก่อน ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ทณฑลทหารบกที่ 14 และ เขาขาด... กรูจะจำสถานที่แห่งนี้ ความเหน็ดเหนื่อย ความยากลำบาก มิตรภาพ ครูฝึกทุกๆคน และทุกๆอย่างเท่าที่กุจะจำได้ไปจนวันตายเรย
อีกครั้งที่เท้าสัมผัสกับพื้น รร.อันเป็นที่รักยิ่งของกรู แว๊บนึง กรูรู้สึกเหมือนว่ากุไม่อยากกลับบ้านแล้ว กุอยากอยู่ที่นี่ นี่แหละบ้านกรู.. แต่ก็นะ พอได้สติหน่อยก็ระลึกได้ว่าโลกจริงๆมันเป็นยังไง เป้าหมายแรกที่เราจะไปเลยคือ ห้อง ม.6/4
อาจารย์เสวกสอนสังคมอยู่.. ก็ขออนุญาติเข้าไป ปฏิกิริยาของเพื่อนๆไม่ได้ต่างจากที่คิดไว้นัก..เห้ยโหเหอๆหูย และอี๋ เป็นอะไรที่เราเดาไว้หมดแล้ว พวกเราเหมือนจะเข้ามาทำลายการสอนของอาจารย์ยังไงไม่รู้.. แต่.. อาจารย์เค้าก็ไม่สอนอยู่แล้วนี่...
พอหมดคาบ เราก็ลงไปที่โรงอาหารกัน กุรี่ไปร้านน้ำปั่นก่อนเลย แอ๊ปเปิ้ลนมน้ำเขียวกรู.. คราวนี้ขอนมเยอะๆเรย โอ้พระเจ้า อร่อยกลมกล่อมกว่าน้ำในกระติกมั่กมายยยย
กุตัดสินใจว่าจะเกาะปริ๊นกลับบ้านไปตลอดทาง ซึ่งกุคิดผิด เราติดรถนัท(เหนียว) ไปที่หอน็อต กุยืนน็อตมา 100 นึง จากนั้นกุก็ต้องเดินออกจากซอยหอพักไปก่ะไอ้ปริ๊น ให้ตายเหอะ นี่ถ้ากุนั่งมอไซค์กลับเอง ป่านนี้ถึงศรีราชาแล้ว...
กว่ากุจะถึงบ้านก็บ่ายๆแล้ว ว๊อย... ไม่เคยอาบน้ำนานขนาดนี้มาก่อน หน้านี่ล้างไม่รู้กี่รอบ คองี้สากเป็นขุยดำปึ๊ดเรย ต้องซักฟอกตัวเองใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าอ่ะ
เห้อ... ต่อไปนี้คงคิดถึงบรรยากาศที่ศูนย์ฝึกมากๆเลยอ่ะ รู้สึกว่ากุโชคดีมากๆที่ได้เกิดมาเจออะไรแบบนี้.. เป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เหนื่อย แต่ก็คุ้มโคตร
เอาหล่ะ หลังจากที่อัพมาอย่างยาวนานติดต่อกันมาหลายวันแล้ว ได้เวลาจบซะที สุดท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง จิตใจแจ่มใส สมองแล่นปรู๊ดปร๊าดทำข้อสอบได้คะแนนดี ทำการบ้านเสร็จทันส่ง แล้วก็ติดมหาลัยและคณะที่ต้องการทุกๆด้วยนะ
ในที่สุดก็อัพเสร็จ T_T...
..
.Cradit : NuTPeW

ข้อความที่อยู่ด้านบน ผมไม่ได้เป็นคนเขียนนะครับ
NuTPeW เป็นผู้เขียน
เหตุผลที่ผมไม่ได้เขียนเองเนื่องจากไม่ว่าง
เลยขออนุญาติ NuTPeW เอาเรื่องราวที่ประสบ พบเจอเหมือนกัน มาลง แทนคับ

